ทำความรู้จัก "ฟิล์มรถยนต์เซรามิค" ให้มากขึ้น ได้ที่นี่

SHARE
ฟิล์มเซรามิค
 
เชื่อได้เลยว่า หลายท่านที่กำลังอ่านประโยคนี้ อยู่ในตอนนี้ คงเคยได้ยินหรือได้เห็นกับคำว่า ฟิล์มเซรามิค (ฟิล์ม Ceramic) มากันบ้างแล้ว อาจรู้จักเพียงแค่ว่า … ก็เป็นฟิล์มกรองแสงรถยนต์ที่ยอดฮิตในยุคนี้ … โดยอาจยังไม่รู้ว่า เจ้าฟิล์มเซรามิคมันแตกต่างจากฟิล์มกรองแสงธรรมดาทั่วไปยังไง ในบทความนี้ Lamina Films จะพาไปรู้จักฟิล์มรถยนต์เซรามิคให้มากขึ้นกันครับ
 
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
 
  

ฟิล์มเซรามิค คืออะไร? เหมือนหรือต่างจากฟิล์มทั่วไปยังไง?

ฟิล์มเซรามิค คือ ประเภทของฟิล์มกรองแสงชนิดหนึ่ง ที่มีความพิเศษคือ เป็นการใช้วิธีเคลือบฟิล์มแบบ Magnetron Sputtering ซึ่งเป็นการฝังอณูนาโนเซรามิคซึ่งเป็นอนุภาคขนาดเล็กฝังหรือเคลือบเข้าไปในชั้นเนื้อฟิล์มที่ผลิตมาจากพลาสติกโพลีเอสเตอร์ (Polyester) ทำให้ได้ฟิล์มที่ยืดหยุ่น, เหนียว และทนทานจากการมีอนุภาคนาโนเซรามิค และยังมีคุณสมบัติช่วยกันความร้อน, กันรังสี UV, และที่สำคัญ จุดเด่นของฟิล์มเซรามิคก็คือ เป็นฟิล์มที่มืดนอก สว่างใน รองรับทุกสัญญาณดิจิทัลทุกชนิดอีกด้วย
 
 

ทำไมฟิล์มเซรามิค ถึงกลายเป็นฟิล์มยอดนิยม

อย่างที่ได้เห็นความหมายของฟิล์มรถยนต์เซรามิคในข้างต้นแล้ว จะเห็นได้ว่า ฟิล์มเซรามิคนั้นมีความพิเศษเฉพาะตัวกว่าฟิล์มชนิดอื่น ๆ ทั่วไป และมีคุณสมบัติโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็น
  

มืดนอก สว่างใน

เอกลักษณ์ของฟิล์มเซรามิคเลยก็คือ “มืดนอก สว่างใน” หรือก็คือ เมื่อมองจากข้างนอกเข้ามาในรถ สีฟิล์มจะ ดำ เข้ม ทึบ มากกว่าฟิล์มประเภทอื่น ๆ ทำให้รู้สึกปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ทั้งจากมิจฉาชีพที่อาจเดินมาส่องทรัพย์สินมีค่าภายในรถ และช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวของผู้โดยสารเวลาทำกิจกรรมต่าง ๆ ในรถยนต์ เช่น เปลี่ยนเสื้อผ้าแบบเร่งด่วน, ทานอาหารบนรถ ฯลฯ ส่วนความสว่างใน ก็คือ เมื่อมองจากภายในรถออกไป ก็ยังเห็นทัศนวิสัยที่ สว่าง ชัด เคลียร์
 
ฟิล์มเซรามิค เปรียบเทียบฟิล์มดำ เวลากลางคืน
 
เปรียบเทียบทัศนวิสัยเวลากลางวัน 
 

สีดำด้าน เงาน้อย ลักษณะเฉพาะตัว

เนื่องจากฟิล์มเซรามิค เป็นการใช้ “อณูนาโนเซรามิค” มาเป็นสารกันความร้อน ซึ่งเซรามิคนั้นไม่ได้เป็นธาตุโลหะ จึงไม่มีคุณสมบัติในเรื่องของความเงา ฟิล์มเซรามิคจึงมีค่าสะท้อนแสง (Visible Light Rejected:VLR) ที่ค่อนข้างต่ำหรือไม่เกิน 8%
 
ฟิล์มเซรามิค กับ ฟิล์มธรรมดา ต่างกันยังไง
 

ลดความร้อนได้เป็นอย่างดี เพราะป้องกันแสงแดดได้ดี

เพราะฟิล์มเซรามิค ช่วยลดทั้งรังสี UV, รังสีอินฟราเรด (IR) และแสงสว่าง หรือพูดอีกนัยคือ มีค่ากันความร้อนรวมจากแสงแดดจริง TSER สูงนั่นเอง โดยฟิล์มรถยนต์เซรามิคสามารถกันรังสี UV ได้เกือบ 100%
 

ทนทาน ไม่เกิดสนิม

เพราะเซรามิคไม่ใช่โลหะ จึงไม่เกิดสนิมแต่อย่างใด ทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน อีกทั้งเนื้อฟิล์มยังมีความบริสุทธ์ คุณภาพสูง เนื่องจากต้องใช้กรรมวิธีการผลิต Magnetron Sputtering เท่านั้น
 

รู้จักกับกระบวนการ Magnetron Sputtering ให้ละเอียดขึ้น

กระบวนการ Sputtering (ตามภาพข้างบน) เป็นการยิงประจุไอออนอิเล็กตรอนภายใต้สนามแม่เหล็กไฟฟ้า เข้าไปกระแทกอนุภาคเซรามิคในระดับอะตอม จนทำให้เซรามิคแตกตัวเป็นอนุภาคเล็ก ๆ ระดับนาโน ลอยไปตามแรงผลักของกระแสไฟฟ้าแรงดันสูง จนอนุภาคนาโนของเซรามิคเข้าไปเคลือบ, ฝัง ติดอยู่บนแผ่นฟิล์ม โดยเกาะแบบเรียบสม่ำเสมอ และมีความบริสุทธิ์สูงสุดในเทคโนโลยีการผลิตฟิล์มกรองแสงในปัจจุบัน
 
ภาพกระบวนการทำ Sputtering (ข้อมูลจาก adnano-tek.com)

 
ผ่านสัญญาณดิจิทัลได้ 100%
ด้วยความที่เซรามิคเป็นธาตุอโลหะ จึงทำให้รถของคุณ รับ-ส่งสัญญาณดิจิทัลต่าง ๆ ได้สบาย ไม่มีติดขัด ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณดิจิทัลในชีวิตประจำวัน เช่น เน็ตมือถือ 5G, สัญญาณ WiFi ที่รถรุ่นใหม่ๆ จำเป็นต้องใช้เพื่ออัพเดท Firmware หรือใช้ทำงานร่วมกับระบบช่วยการขับขี่ในรถสัญญาณ GPS ที่ใช้ในระบบนำทาง, สัญญาณ Bluetooth และที่เห็นได้แบบชัดเจนเลย ก็คือสัญญาณ Easy Pass คุณสามารถขับผ่านด่านเก็บค่าทางด่วนแบบไม่มีสะดุด ไม่ต้องเขินอายถอยเข้าถอยออก หรือเปิดกระจกข้างยื่นกล่อง Easy Pass ออกจากตัวรถให้ลำบากครับ
 
ช่วยถนอมสุขภาพผิวและดวงตา
การที่แสงอาทิตย์จากดวงอาทิตย์ ส่องเข้ามายังดวงตาของเราโดยตรงขณะขับขี่ อาจทำให้เกิดปัญหากับสายตาของเราได้มากมาย อาทิ ส่งผลกระทบต่อสีผิวของเปลือกตา, กระจกตา, เลนส์ในตา (ข้อมูลเพิ่มเติม : bangkokhospital.com) และนอกจากแสงแดดจะมีผลต่อดวงตาแล้ว ยังมีผลต่อผิวหนังของเราได้อีกด้วย โดยเฉพาะรังสี UV ที่หากสัมผัสไปเป็นระยะเวลานาน ๆ โดยขาดการป้องกัน นอกจากผิวจะร้อน เสี่ยงเกิดฝ้า กระ ผิวหนังเหี่ยวย่นแล้ว ยังทำให้มีโอกาสเสี่ยงจากการเป็นมะเร็งผิวหนังได้ด้วย (อ้างอิงข้อมูลจาก skincancer.org) ดังนั้น การเลือกฟิล์มที่ดีมีประสิทธิภาพ ยังช่วยถนอมสุขภาพให้กับเราได้ง่ายๆด้วย
 
ในส่วนของข้อจำกัดของฟิล์มรถยนต์เซรามิคนั้น ก็มีเช่นกัน…
-   ฟิล์มเซรามิคแท้ มีราคาที่ค่อนช้างสูงกว่าฟิล์มชนิดอื่น ๆ ในท้องตลาด
-   ในปัจจุบัน มีฟิล์มเซรามิคเทียมราคาถูกออกมาจำหน่ายในท้องตลาดมากมาย ดังนั้นก่อนเลือกซื้อฟิล์มเซรามิค ต้องดูให้ชัวร์ครับ!
 
 

เทคโนโลยี ฟิล์มนาโนเซรามิค คืออะไร?

บางท่านอาจได้เห็นคำโฆษณาว่า Sputtering เป็นเทคโนโลยีแบบเก่า เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดต้องเป็นเทคโนโลยีนาโน และจะโฆษณาว่า ฟิล์มที่ดีต้องเป็นฟิล์มนาโนเซรามิค !? แต่จริง ๆ แล้ว ประโยคนี้เป็นเพียงการเล่นคำโฆษณา และสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะฟิล์มเซรามิคที่ใช้เทคโนโลยี Sputtering นั้น ก็เป็นกรรมวิธีเคลือบฟิล์มระดับ Nano technology อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคุณจึงวางใจในคุณภาพของฟิล์มเซรามิคที่ผ่านกรรมวิธีสปัตเตอริงจากลามิน่าได้เลยครับ
 
 

ฟิล์มดำ VS ฟิล์มเซรามิค … ความดำ ที่แตกต่าง

สีดำเหมือนกัน ที่คุณสมบัติไม่เหมือนกัน
บางคนอาจยังเข้าใจว่า ฟิล์มเซรามิค คือฟิล์มกรองแสงรถยนต์สีดำ แต่จริง ๆ แล้ว ฟิล์มทั้งสองชนิดนี้ แตกต่างกันมาก! เพราะ ฟิล์มดำธรรมดา ก็คือ เนื้อฟิล์มโพลีเอสเตอร์ที่นำมาย้อมสีดำ หรือก็คือ ฟิล์มกรองแสงรถยนต์คุณภาพต่ำ นั่นเอง ไม่ได้มีการเคลือบหรือฝังสาร กันความร้อนเข้าไป มืดนอกมืดใน ทำได้แค่ลดแสงส่องผ่านจากห้องโดยสาร แต่แทบไม่กันร้อนกันยูวีจากแสงแดด แถมอายุการใช้งานยังต่ำไม่ถึง 1 ปี ในขณะที่ฟิล์มเซรามิค นอกจากทนทานกว่า และดำนอก สว่างในแล้ว อณูนาโนเซรามิคในเนื้อฟิล์ม ceramic ยังช่วยกันร้อน ป้องกันแสง UV ได้มากกว่า 99% อีกด้วย
 
ระวัง! ฟิล์มเซรามิคย้อมแมว
เมื่ออ่านถึงจุดนี้หลายท่านคงทราบแล้วว่า “ฟิล์มดำที่ไม่เหมือนกัน” เป็นยังไง แต่ถ้าอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม เรามีข้อมูลสรุปไว้เป็น Infographic ถึงข้อมูลฟิล์มในท้องตลาดแบบเข้าใจง่ายๆ ให้เห็นความแตกต่างระหว่าง “ฟิล์มเซรามิคแท้, ฟิล์มเซรามิคเทพปีนี้, ฟิล์มเซรามิคฝังสี และฟิล์มเซรามิคย้อมแมว” หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม คุณสามารถคลิ๊กอ่านได้จากรูปด้านล่าง หรืออ่านอินโฟกราฟิกสนุก ๆ แบบเต็ม ๆ ได้ ที่นี่ ครับ
 
 

ฟิล์มเซรามิคแท้ตัวจริง ตอบโจทย์รถยนต์ไฟฟ้า EV

 
ในยุคนี้ รถยนต์ไฟฟ้า หรือรถ Hybrid/EV (Electric Vehicle) กำลังมีกระแสมาแรงอย่างมากเลยทีเดียว เชื่อหรือไม่…ทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้คาดการณ์ไว้ด้วยว่า อีกไม่เกินปี 2574 รถยนต์ไฟฟ้าจะครองอัตราส่วนของยอดขายรถยนต์ในไทยเกิน 50% (อ้างอิงข้อมูลจากบทความของศูนย์วิจัยกสิกรไทย)  เพราะมีข้อดีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น
-   รถยนต์ไฟฟ้า ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ทำให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น
-   การใช้พลังงานไฟฟ้าในระยะยาว ประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าการใช้น้ำมันมากกว่า 60-70%
-   ชิ้นส่วนขับเคลื่อนที่น้อยกว่า ทำให้รถ EV มีความเงียบ ดูแลรักษาได้ง่าย ไม่ต้องทำ Maintainance จุกจิก
-   ชาร์ตแบตง่าย ๆ ได้จากที่บ้าน ไม่ต้องเสียเวลาเข้าปั๊มเติมน้ำมัน และมีค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรที่ถูกกว่า
-   ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ที่ช่วยดูแลความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่ตลอดการใช้งาน
-   ตัวรถมี​ Software และ Firmware ที่สามารถอัพเกรดความสามารถของตัวรถยนต์ได้เองอัตโนมติผ่านสัญญาณดิจิทัล
 
เห็นข้อดีต่าง ๆ แบบนี้แล้วไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหลาย ๆ ท่านถึงหันมาสนใจและเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้ากัน และเมื่อซื้อรถยนต์สักคันแล้ว สิ่งที่ต้องมาคู่กันเลยก็คือ “การติดฟิล์มรถยนต์ที่เหมาะกับการใช้งาน” แต่ด้วยความเป็น Smart Car ที่มีระบบสัญญาณดิจิทัลเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็น เซนเซอร์รอบคัน กล้องหน้ารถหรือหลังรถที่ต้องอาศัยสมองกลอัจฉริยะซึ่งออนไลน์ รับ-ส่ง ข้อมูลกับเซิร์ฟเวอร์ตลอดเวลา (ซื้อรถยุคนี้ แถมโปรซิมการ์ดกันเยอะแยะเลย จริงมั้ย !?)
 
เพื่อให้ทุกฟังก์ชันการขับขี่ของรถ Hybrid/EV ของคุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ฟิล์มติดรถยนต์ที่เลือกใช้กับรถ Hybrid/EV จึงควรเป็นฟิล์มที่มีการออกแบบมาเพื่อรองรับการผ่านของสัญญาณได้อย่างเต็ม 100% ได้จริงมั้ยครับ
 
ฟิล์มยุคเก่าทั่วไป ไม่เหมาะกับรถ Hybrid/EV ยังไง?
หากท่านผู้อ่านได้อ่านบทความ ฟิล์มกรองแสง หรือ ฟิล์มรถยนต์ กันมาแล้ว จะเห็นเลยว่าฟิล์มในท้องตลาดมีหลากหลายประเภทเต็มไปหมด ซึ่งฟิล์มที่มีโดยส่วนใหญ่ในท้องตลาด และราคาอยู่ในระดับล่างถึงกลาง มักจะเป็นฟิล์มสี, ฟิล์มปรอท (ฟิล์มโลหะ)
 
ถามว่า ... ใช้ฟิล์มทั่วไปได้มั้ย ? จริง ๆ แล้วก็ต้องตอบว่า “พอได้ครับ” … ที่ต้องตอบแบบนี้ เป็นเพราะว่า สมมติถ้าท่านผู้อ่านเลือกติด “ฟิล์มสี” กับรถ EV ของท่าน ฟิล์มสีไม่ได้มีการผนึกสารกันร้อนใด ๆ ฉะนั้นก็ไม่ต้องกังวลเรื่องผลกระทบต่อการผ่านของสัญญาณ แต่ต้องกังวลกับผลกระทบจากการที่ฟิล์มไม่กันความร้อนจากแสงแดดครับ สัญญาณดิจิทัลอาจผ่านได้ แต่เมื่อความร้อนผ่านเข้ามาด้วย อาจทำให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในรถเสียหายได้เช่นกันครับ และยิ่งรถ EV เป็นรถที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากกว่ารถยนต์โดยทั่วไป ยิ่งต้องระวังในส่วนนี้เป็นพิเศษเลยครับผม
 
ต่อมา ถ้าสมมติท่านผู้อ่านเลือกติด “ฟิล์มโลหะ (ฟิล์มปรอท)” กับรถ Hybrid/EV ของท่าน ในเรื่องของการกันความร้อนจากแสงแดด อันนี้ฟิล์มปรอทสามารถทำได้ดีทีเดียวเลยล่ะครับ แต่อย่างที่ทราบกันว่า ฟิล์มปรอทมีสารกันร้อนที่เป็นโลหะผนึกในเนื้อฟิล์มอยู่มาก (ไม่ได้ผนึกปรอทที่เนื้อฟิล์มนะครับ) โลหะมีผลสะท้อนสัญญาณดิจิทัลต่าง ๆ ไม่ให้ผ่านทะลุเข้ามาภายในห้องโดยสาร ทำให้ส่งผลต่อการใช้งานสัญญาณดิจิทัลที่เราใช้กันภายในรถยนต์ ฉะนั้น อาจทำให้รถยนต์ Hybrid/EV ของท่านทำงานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพได้


แล้วฟิล์มอะไรเหมาะกับรถ Hybrid/EV ล่ะ?
สำหรับฟิล์มรถยนต์ที่มีคุณสมบัติการผ่านของสัญญาณดิจิทัลได้ดี ขอแนะนำฟิล์ม 5 รุ่นในซีรีย์ Lamina DigitalBoost เลยครับโดยเฉพาะฟิล์มเซรามิคที่เป็นพระเอกของฟิล์มรถยนต์ในยุคนี้ เพราะเป็นการใช้สารกันความร้อนที่ไม่ได้เป็นโลหะ พร้อมเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยที่สุดจากอเมริกา คุณจึงไว้ใจได้ว่าถ้าใช้ฟิล์มกรองแสงเซรามิคแล้วจะไม่ต้องกังวลเรื่องของการปิดกั้นการวิ่งผ่านของสัญญาณดิจิทัลนั่นเองครับ
 
ลามิน่าแนะนำ ฟิล์มเซรามิคแท้ 100% ตัวจริง เพื่อชีวิตยุคดิจิทัล กับ Lamina Digital Ceramatrix Boost  
 
 
 

สรุป

ฟิล์มเซรามิค ก็คือฟิล์มกรองแสงที่ใช้เซรามิคเป็นสารกันความร้อน โดยเคลือบฝังเข้าไปในเนื้อฟิล์มผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Magnetron Sputtering ซึ่งฟิล์มรถยนต์เซรามิคนั้นมีคุณสมบัติเด่นก็คือ “ดำนอก สว่างใน” และ “ไม่ปิดกั้นสัญญาณดิจิทัล” อีกทั้งยังสามารถกันความร้อนได้ในระดับดีเยี่ยม ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของฟิล์มประเภทนี้ จึงทำให้ฟิล์มกรองแสงเซรามิคเป็นที่นิยมในปัจจุบันเป็นอย่างมากเลยล่ะครับ
 
รีวิวฟิล์มเซรามิค
ตัวอย่าง ฟิล์มเซรามิคตัวเทพ อย่าง Ceramatrix เมื่อแมตช์กับรถ EV สุดล้ำอย่าง BMW iX
 
ปรึกษาเรื่องฟิล์ม กับผู้เชี่ยวชาญตัวจริงที่ Lamina Films ได้ที่ โทร. 02-422-2345
Facebook : https://www.facebook.com/LaminafilmsHQ
LINE : https://lin.ee/ot1aDYm