ก่อนเลือกซื้อ “ฟิล์มกรองแสง” ต้องอ่านบทความนี้ก่อน

SHARE
ฟิล์มกรองแสง
 
ฟิล์มที่เราเห็นอยู่กันทุกวันนี้ มีหลากหลายชนิดมากมายไปหมด ราคาเองก็ต่างกัน วันนี้ Lamina Films จะพามาทำความรู้จักกับข้อมูลของ “ฟิล์มกรองแสง” ให้มากขึ้นกัน ไม่ว่าจะเป็น ฟิล์มกรองแสงคืออะไร? ทำมาจากอะไร?, ประโยชน์และประเภทต่าง ๆ ของฟิล์มกรองแสง รวมทั้งข้อมูลที่น่ารู้ก่อนการเลือกซื้อฟิล์มกรองแสงด้วย เริ่มมาทำความรู้จักกันได้เลย!
 
อยากเลือกอ่าน? กดตามหัวข้อที่สนใจได้เลย
 
 

ฟิล์มกรองแสง คืออะไร?

ฟิล์มกรองแสง คือ แผ่นใสที่ผลิตมาจากพลาสติกโพลีเอสเตอร์ (Polyester) ซึ่งมีคุณสมบัติใส, เหนียว, ทนทาน, ยืดหยุ่น แต่คงรูปได้อย่างดี และทนต่อความร้อนได้สูงมาก แผ่นฟิล์มจะยึดติดกับกระจกด้วยกาวที่มีความใส ทำให้ยังสามารถมองเห็นผ่านกระจกได้โดยไม่บิดเบือนมุมมองใด ๆ โดยนิยมใช้ทั้งเป็น ฟิล์มรถยนต์, ฟิล์มอาคารสำนักงาน, ฟิล์มติดกระจกบ้าน เป็นต้น
 
แผ่นฟิล์มกรองแสง
ภาพแสดงตัวอย่างการดึงยืดเนื้อฟิล์ม ที่มีลักษณะใส, เหนียว และยืดหยุ่น
 
 

ประโยชน์ของฟิล์มกรองแสง

ฟิล์มกรองแสงมีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์โดยตรงที่เป็นคุณสมบัติของฟิล์มกรองแสง อย่างเช่น
  1. ช่วยกรองแสงจ้า ลดปริมาณแสงที่ส่องเข้ามา
  2. ป้องกันความร้อน, ลดความร้อน
  3. ป้องกันรังสี UV
และยังได้ประโยชน์เพิ่มเติม จากคุณสมบัติของฟิล์ม ไม่ว่าจะเป็น
  1. ถนอมสายตา จากการที่ฟิล์มกรองแสงช่วยลดแสงและรังสีต่าง ๆ ที่จะส่องผ่านเข้ามา
  2. ถนอมและปกป้องผิวพรรณ จากการที่ฟิล์มช่วยลดรังสี UVA และ UVB ที่เป็นอันตรายต่อผิว ทั้งบวมแดง แสบร้อน ฝ้ากระ จนถึงก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้
  3. ช่วยให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ดีขึ้น ทำให้ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้
  4. ช่วยลดอันตรายในขณะที่กระจกแตกจากอุบัติเหตุ เนื่องจากคุณสมบัติความเหนียวของชั้นโพลีเอสเตอร์บนเนื้อฟิล์มที่ช่วยยึดเกาะกระจก ทำให้เศษกระจกไม่กระเด็นใส่ผู้โดยสารหรือผู้ที่อยู่ใกล้เคียงโดยตรง ทำให้ปลอดภัยแก่ชีวิตมากขึ้น
  5. เพิ่มความเป็นส่วนตัว อย่างการใช้ฟิล์มที่มีความเข้ม ก็จะช่วยให้ผู้คนภายนอกไม่สามารถมองเห็นผู้คนด้านในได้อย่างชัดเจน
  6. ถนอมคุณภาพของวัสดุอุปกรณ์ เครื่องใช้ และสิ่งของที่อยู่ในบ้านหรือในรถ อย่างเช่น คอนโซลรถ เบาะรถ กล้องหน้ารถ หรือของในบ้าน อาทิ โมเดล, ของสะสม, กระเป๋า, เฟอร์นิเจอร์ หรือสิ่งของมีค่าต่าง ๆ ที่อาจเกิดการซีด, กรอบ, แตกเสียหาย หรืออาจแปรสภาพเปลี่ยนไปได้เนื่องจากโดนความร้อน
  7. ช่วยปกป้องทรัพย์สินจากการโจรกรรม (ในกรณีที่ฟิล์มมีความเข้มสูง หรือเป็นฟิล์มประเภทนิรภัย) ช่วยให้ลดการมองเห็นทรัพย์สินมีค่าที่อยู่ภายในรถ รวมถึงป้องกันการทุบทำลายได้เป็นอย่างดี
  8. ประหยัดค่าไฟ (สำหรับ ฟิล์มติดกระจกบ้าน) เนื่องจากมีฟิล์มกรองแสงช่วยลดความร้อน, ลดอุณหภูมิ ทำให้เครื่องปรับอากาศไม่ต้องทำงานหนัก จึงช่วยลดการใช้ไฟไปได้ด้วย
 
เกร็ดน่ารู้ :
“ความร้อนจากแสงอาทิตย์” เกิดมาจาก 3 แหล่งด้วยกัน ได้แก่
  1. รังสี Ultra Violet (UV)
    ถึงแม้ว่า รังสีอัตราไวโอเลตจะมีอยู่แค่เพียง 3% แต่เป็นรังสีน่ากลัวมาก! เพราะรังสีชนิดนี้  มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า, ไม่ร้อน แต่สามารถทำให้ผิวไหม้ได้โดยไม่ทันรู้ตัว
  2. แสงสว่าง (Visible Light : VL)
    หรือแสงที่เราเห็นกันด้วยตา แสงสว่างนั้นมีอยู่ประมาณ 44% ซึ่งเป็นแสงสว่างที่มองเห็นด้วยตา ร่างกายสามารถสัมผัสความร้อนได้
  3. อินฟราเรด (Infrared : IR)
    ประกอบอยู่ในความร้อนจากแสงอาทิตย์มากถึง 53% โดยประมาณ ซึ่งคลื่นอินฟราเรดนั้น เป็นคลื่นที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ แต่ร่างกายสามารถสัมผัสความร้อนได้

ดังนั้น ฟิล์มที่ดีมีประสิทธิภาพสูง ควรมีคุณสมบัติที่ป้องกันได้ในทุกปัจจัย ทั้งกันรังสี UV, ลดแสงสว่างที่ส่องผ่าน และกันอินฟราเรดซึ่งทั้ง 3 ค่านี้รวมเรียกว่า ค่าการป้องกันความร้อนจากแสงแดดรวม TSER
ความร้อนจากแสงแดด
 
 

เทคโนโลยีในการผลิตฟิล์ม มีอะไรบ้าง? 

อย่างที่ได้เกริ่นไปแล้วว่า “ฟิล์มกรองแสงมีหลากหลายแบบ หลากหลายราคา ตั้งแต่หลักพันจนไปถึงหลายหมื่น” ซึ่งราคาที่ต่างกัน เพราะมาจากคุณภาพ, เทคโนโลยีและมาตรฐานการผลิตที่แตกต่างกันด้วย แต่ว่า! เราจะรู้ได้อย่างไรว่าฟิล์มที่เราเลือกซื้อ เป็นฟิล์มดีหรือไม่? … ก่อนอื่น ต้องทำความรู้กับกับ “ประเภทของฟิล์มกรองแสงกันก่อน” โดยในที่นี้ เราจะแยกประเภทตามเทคโนโลยีและหลักการผลิตของฟิล์ม … เริ่มกันเลย!

1.    ฟิล์มย้อมสีโดยการฉาบสี (Color Coating Film)

เป็นฟิล์มที่ใช้กาวผสมเข้ากับสีและฉาบที่หน้าฟิล์มเท่านั้น แต่ไม่ได้มีการฉาบวัสดุที่ช่วยกันร้อนเข้าไป ทำให้ฟิล์มประเภทนี้ ไม่กันความร้อน มืดทั้งการมองจากข้างนอกและมืดทั้งมองจากข้างใน รวมทั้งความทนทานยังต่ำอีกด้วย (อายุการใช้งานแค่ประมาณ 1 ปี)

2.    ฟิล์มย้อมสีโดยการฝังสีด้วยไอร้อน (Deep Dyeing Film)

ฟิล์มชนิดนี้ คล้ายกับฟิล์มแบบ Color Coating แต่ฟิล์มชนิดนี้จะใช้วิธีการฝังสีแบบใช้ไอร้อน (Deep Dyeing) เพื่อฝังสีเข้าไปในชั้นฟิล์มหรือแผ่นโพลีเอสเทอร์ ทำให้มีความทนทานมากขึ้นกว่าฟิล์มที่ฉาบสี แต่ … ฟิล์มประเภทนี้ก็ยังไม่ได้มีการฉาบหรือฝังวัสดุกันร้อนเข้าไป จึงทำให้สามารถทำได้แค่การลดความสว่างเท่านั้น โดยจะมืดทั้งเมื่อมองจากภายนอกเข้ามา และมืดจากการมองภายในออกไป ซึ่งอาจไม่ดีต่อทัศนวิสัยในการมองสักเท่าไหร่

3.    ฟิล์มเคลือบสารด้วยไอร้อน (Thermal Evaporation Film)

เป็นฟิล์มที่มีการผนึกสารกันร้อนเข้าไปในเนื้อฟิล์ม โดยอาจเป็นการใช้โลหะ หรือวัสดุอโลหะก็ได้ มาทำให้การระเหิดภายใต้ห้องที่มีอุณหภูมิร้อน เมื่อโลหะเปลี่ยนสถานะจากของแข็งกลายเป็นไออนุภาคที่ละเอียดขึ้น ไอโลหะนี้จะลอยไปติดที่เนื้อฟิล์ม นิยมใช้วิธีนี้กันมากสำหรับการเคลือบฟิล์มด้วยโลหะ

4.    ฟิล์มเคลือบอนุภาคนาโน (Magnetron Sputtering Coating)

เป็นการใช้วิธี Sputtering หรือก็คือการยิงประจุอิเล็กตรอนภายใต้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าเข้าไปกระแทกอนุภาคสารกันความร้อนในระดับอะตอม จนทำให้สารนั้นแตกตัวเป็นอนุภาคเล็ก ๆ ในระดับนาโน ลอยไปตามแรงผลักของกระแสไฟฟ้าแรงดันสูง จนไปเคลือบฝังติดอยู่บนแผ่นฟิล์มได้อย่างเรียบ สม่ำเสมอ และมีความบริสุทธิ์สูงสุด ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีการผลิตฟิล์มกรองแสงที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน โดยฟิล์มกรองแสงลามิน่าทุกรุ่นใช้เทคโนโลยี Magnetron Sputtering Coating ในการผลิตทั้งหมดครับ
 
ฟิล์มสปัตเตอร์

ภาพแสดงกระบวนการ Sputtering
ที่มา : adnano-tek.com
 
สำหรับสารกันความร้อนที่เคลือบอยู่บนเนื้อฟิล์ม ปัจจุบันมีทั้งสารที่เป็นโลหะ (เช่น อลูมิเนียม, ไทเทเนียม, เงิน, อัลลอย ) และสารที่เป็นอโลหะที่มีคุณสมบัติกันความร้อนได้ดี เช่น เซรามิค, ชาร์โคล, คาร์บอน สำหรับสารกันร้อนที่เป็นโลหะนั้นจะมีข้อจำกัดในเรื่องการรบกวนสัญญาณดิจิทัลต่าง ๆ ที่อาจขัดขวางการทะลุผ่านฟิล์มเข้ามา (เช่น สัญญาณโทรศัพท์มือถือ, อินเตอร์เน็ต, GPS, Easy Pass) ดังนั้นถ้าเป็นวัสดุที่ไม่ใช่โลหะอย่างเซรามิค หรือ ชาร์โคล ก็จะไม่มีการรบกวนสัญญาณดิจิทัลดังกล่าวแต่อย่างใดครับ
 
การเคลือบสี ≠ การฝังสี
การเคลือบสี (Color Coating) เป็นการผสมสีเข้ากับเนื้อกาวแล้วฉาบลงบนแผ่นฟิล์ม ชั้นสีจึงไม่ฝังเข้าไปในเนื้อฟิล์ม ส่วนการฝังสี (Deep Dyeing) เป็นการฝังอณูเม็ดสีเข้าไปในเนื้อฟิล์มด้วยไอร้อน ทำให้ได้สีที่เรียบเนียนและติดทนนานกว่าการเคลือบสีแบบปกติ และช่วยเสริมคุณสมบัติการกันร้อนกันยูวีได้ดีระดับหนึ่งอีกด้วยครับ
 
เปรียบเทียบ ฟิล์มกรองแสง
 
รู้หรือไม่ !?
“ฟิล์มปรอท” ที่เราคุ้นเคยชื่อกันนั้น จริง ๆ แล้วไม่ใช่ฟิล์มที่ทำมาจากปรอท หรือเคลือบด้วยสารปรอทแต่อย่างใด แต่ที่เรียกว่าฟิล์มปรอทนั้น เนื่องจาก “ค่าการสะท้อนแสง” ที่มีค่ามาก ทำให้ฟิล์มมีการสะท้อนแสงคล้ายกับสารปรอท มีความเงาสูงจึงเป็นที่มาที่เรียกว่า ฟิล์มปรอท นั่นเอง
 
วิดีโอแสดงขั้นตอนกระบวนการผลิตฟิล์มกรองแสง จากโรงงานผลิตฟิล์มชั้นนำที่สหรัฐอเมริกา
 

โครงสร้างของฟิล์มกรองแสง

ฟิล์มกรองแสง ไม่ได้เป็นเพียงการนำเนื้อฟิล์มมาวางติดกับกระจกเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว ฟิล์มกรองแสงจะประกอบไปด้วยโครงสร้างหลายชั้น อย่างเช่น จากภาพตัวอย่างข้างล่าง ซึ่งเป็นฟิล์มกรองแสงชนิดที่มีการฝังเคลือบวัสดุกันความร้อน โดยจะประกอบด้วย
  • Scratch Resistant Layer : ชั้นที่ป้องกันรอย อย่างเช่น รอยขีดข่วนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นบนกระจก, หรือเนื้อฟิล์ม
  • Metalized / Ceramic Layer : ชั้นที่ฝังเคลือบวัสดุกันความร้อน อาจเป็นชั้นฝังโลหะหรืออโลหะก็ได้
  • Adhesive : ชั้นกาวประสาน
  • Dyed Layer : ชั้นสี ช่วยเพิ่มความสวยงามของเนื้อฟิล์ม
  • Mounting Adhesive : ชั้นกาวสำหรับเป็นกาวในฝั่งที่ติดสัมผัสกับกระจก
  • Removable Release Liner : ชั้นที่เป็นแผ่นพลาสติกใสที่เอาไว้ใช้กันการสัมผัสของกาวกับอากาศ จะเอาไว้ดึงออกตอนที่จะติดตั้งแผ่นฟิล์มกับกระจก
 
โครงสร้างของฟิล์มกรองแสง
*ตัวอย่างของฟิล์มชนิดที่มีการเคลือบวัสดุกันความร้อน (ทั้งโลหะและอโลหะ)
 
 

ค่าต่าง ๆ ที่ควรรู้ ในการเลือกซื้อฟิล์ม

ท่านที่กำลังสนใจเลือกฟิล์มกรองแสงอยู่ อาจจะเคยได้ยินตัวย่อภาษาอังกฤษเต็มไปหมด ไม่ว่าจะ UV, IR, VLT และอื่น ๆ อีกเพียบ อาจจะกำลังสงสัยอยู่ว่า … แต่ละตัวคืออะไร? สำคัญและจำเป็นต้องรู้มั้ย? Lamina Films จะพามาแนะนำค่าแต่ละตัวที่สำคัญและควรรู้ เพื่อประกอบการเลือกซื้อฟิล์มกรองแสงให้ตรงใจครับ
 
ค่า VLT คือ

VLT = Visible Light Transmitted = ค่าแสงส่องผ่าน
คือ ค่าที่บอกถึง % ที่ความสว่างจะสามารถผ่านฟิล์มกรองแสงเข้ามาได้ ซึ่งถ้าค่ายิ่งน้อย หมายถึงแสงยิ่งผ่านเข้ามาได้น้อย คือฟิล์มที่สียิ่งเข้ม นั่นเอง
 
ค่า VLR คือ

VLR = Visible Light Rejected = ค่าการสะท้อนแสง
คือ ค่าที่บอกถึง % ของปริมาณแสงที่จะถูกสะท้อนออกไปจากเนื้อฟิล์ม ซึ่งมีความสัมพันธ์กับ “ความเงา” ของฟิล์มกรองแสงครับ โดยที่ค่าตัวเลขยิ่งน้อยหมายถึงการสะท้อนแสงที่น้อย (อย่างเช่น ฟิล์มเซรามิคที่ให้สีดูดำด้าน) ส่วนค่ายิ่งมาก หมายถึงฟิล์มมีความเงามาก สะท้อนแสงมาก อย่างเช่น ฟิล์มปรอท เป็นต้น
 
ค่า UVR คือ

UVR = UV Light Reject = ค่าการลดรังสี UV
ค่า UVR นี้ จะหมายถึง ค่าการลดรังสี UV ยิ่งตัวเลขค่านี้มาก ยิ่งหมายถึงลดรังสี UV ที่จะส่องผ่านฟิล์มกรองแสงได้มาก ซึ่งก็คือ จะยิ่งช่วยถนอมผิวพรรณได้ดียิ่งขึ้นด้วย
 
ค่า TSER คือ

TSER = Total Solar Energy Rejected = ค่าการลดความร้อนจากแสงแดด
ค่านี้แสดงถึง ค่าในการป้องกันความร้อนโดยรวมจากแสงแดด (ได้แก่ รังสี UV, แสงสว่าง (Visible Light) และ อินฟราเรด (IR) ฉะนั้น ถ้าค่านี้ยิ่งสูง ยิ่งหมายความว่า ฟิล์มกรองแสงนั้น ๆ สามารถกันความร้อนได้ดี โดยสถาบันระดับโลกจะใช้ค่านี้ในการวัดประสิทธิภาพการกันความร้อนครับ (ข้อควรระวัง ลามิน่าไม่แนะนำให้ดูค่าการลดรังสีอินฟราเรด IR เพียงอย่างเดียว เนื่องจากไม่สามารถบอกประสิทธิภาพการกันร้อนจากแสงแดดจริงได้แม่นยำ เราขอแนะนำให้ดูค่า TSER ประกอบทุกครั้งก่อนตัดสินใจเลือกซื้อฟิล์มนะครับ)
 
 

สรุป

จะเห็นได้ว่า ฟิล์มกรองแสงมีมากมายหลากหลายประเภท ทั้งสีสัน, วัสดุหรือสารที่ใช้การกันความร้อน รวมทั้งกรรมวิธีการผลิตที่แตกต่างกัน แต่เราจะรู้ได้อย่างไร…ว่าฟิล์มกรองแสงแบบไหนเหมาะสำหรับเรา ลามิน่าแนะนำให้ทุกท่านดู Checklist เหล่านี้ก่อนครับ !
-    เราเลือกซื้อฟิล์มสำหรับใช้ทำอะไร? เช่น ฟิล์มติดกระจกบ้าน, ฟิล์มติดรถยนต์ หรือ ฟิล์มนิรภัย เพื่อป้องกันการโจรกรรม
-    เรามีความต้องการแบบไหน เช่น ต้องการฟิล์มกันร้อนสูง, ต้องการทัศนวิสัยที่ใสสว่าง, ต้องการความเป็นส่วนตัว หรือต้องการฟิล์มที่เงางาม เป็นต้น
-    งบประมาณที่มี เพื่อที่จะได้เลือกฟิล์มที่ให้คุณสมบัติคุ้มค่าตามงบที่ตั้งใจไว้
 
คำเตือน ! ระวัง ฟิล์มเซรามิคย้อมแมว !
ต้องยอมรับว่ากระแสฟิล์มเซรามิคกำลังมาแรง และได้รับความนิยมสูงจากผู้ใช้รถทั่วโลก แต่ยังไงก็ตามลามิน่าอยากให้คุณระวังฟิล์มเซรามิคย้อมแมวที่ขายแพงเท่าฟิล์มเซรามิค แต่ในเนื้อฟิล์มกลับไม่มีเซรามิคอยู่ในเนื้อฟิล์มเลย (อาจเป็นฟิล์มย้อมสี หรือเป็นฟิล์มโลหะเฉยๆ ก็ได้) มาดูข้อควรรู้! วิธีการดูฟิล์มเซรามิคแท้

ฉะนั้น ก่อนซื้อฟิล์มกรองแสงต้องเลือกให้ดี ดูยี่ห้อที่เชื่อถือได้ มีร้านจำหน่ายและติดตั้งชัดเจน มีช่างติดตั้งที่มีคุณภาพ พร้อมบริการหลังการขายที่พร้อมดูแลคุณตลอดระยะเวลาการรับประกันครับ

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเลือกฟิล์มแบบไหนดี? หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟิล์มกรองแสง สามารถสอบถามเราได้เลย
เพราะไม่ว่าคุณจะต้องการฟิล์มกรองแสงแบบไหน Lamina Films มีหมด!

ฟิล์มลามิน่าทุกรุ่นได้รับมาตรฐาน ISO9001, ASTM, IWFA, AIMCAL และ ASHRAE
รับประกันคุณภาพหลังการขายตลอด 7 ปีเต็ม
 
 

ตัวอย่างงานติดตั้งฟิล์มทั้งบ้าน, อาคาร จาก Lamina


อีกหนึ่งความภูมิใจ ที่ Lamina ได้ติดฟิล์มลดความร้อนจากแสงแดด ให้กับสนามบินสุวรรณภูมิ 
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ  ฟิล์มติดกระจกอาคาร

 

ตัวอย่างงานติดตั้งฟิล์มทั้งบ้าน, อาคาร จาก Lamina

ตัวอย่าง Toyota Vellfire ติดฟิล์มกรองแสง Lamina Executive Series ARL20C ชาโคลเข้ม ทั้งบานหน้าและประตูคู่หน้า
 
ตัวอย่าง Ford Mustang Shelby GT500 ติดฟิล์ม Lamina แบบใส L80BL Special ทั้งบานหน้าและรอบคัน


มองหาฟิล์มกรองแสงแบบไหนอยู่? สอบถาม Lamina Films ได้เลยนะครับ
เรามีฟิล์มทุกรุ่น ทุกแบบ


ติดต่อเราได้เลยที่
โทร. 02-422-2345
Facebook : https://www.facebook.com/LaminafilmsHQ
LINE : https://lin.ee/ot1aDYm