TSER = Total Solar Energy Rejection คือ ค่าการลดความร้อนจากแสงแดดจริง
IRR = Infrared Rays Rejection คือ ค่ากันร้อนจากรังสีอินฟราเรด
ทุกค่าล้วนมีผลต่อประสิทธิภาพการกันร้อนไม่ว่าทางตรงก็ทางอ้อม แต่เพื่อความเข้าใจง่ายไม่ซับซ้อนเกินไป ลามิน่าแนะนำให้ท่านดู TSER เป็นหลักครับ เพราะเป็นสเปกที่การวัดค่าต้องวัดกับแสงอาทิตย์โดยตรง (และเราก็ขับรถท่ามกลางแสงอาทิตย์จริงไหมครับ? Make Sense กว่าการเอาค่า IRR มาวัดประสิทธิภาพฟิล์มด้วยแสงจากหลอดไฟสปอตไลท์เยอะ) เพราะฉะนั้น ดูที่ค่า TSER ครับ ยิ่งสูงก็ยิ่งหมายความว่ากันความร้อนได้ดีนั่นเอง
| ดูข้อมูลเกี่ยวกับการอ่านสเปกฟิล์มแบบละเอียดกันต่อได้ที่ฟิล์มกรองแสงนะครับ |
2. ระดับความเงา ชอบแบบไหน
สเปกฟิล์มที่ช่วยบ่งบอกระดับความเงาของฟิล์ม คือค่า VLR นั่นเองครับ ยิ่งค่าสูงฟิล์มยิ่งเงามาก ถึงขั้นสะท้อนแสงเหมือนกระจกก็มี ยิ่งน้อยฟิล์มก็ยิ่งมีความเงาต่ำ ให้เห็นภาพกันง่าย ๆ ลองดูการเปรียบเทียบฟิล์มรถยนต์ตามภาพตัวอย่างได้เลยครับ แม้สีฟิล์มจะเป็นโทนสีดำเหมือนกันแต่สังเกตความเงา “มีความแตกต่างกันชัดเจน”
ชอบแบบไหนมากกว่ากันครับผม?
ภาพตัวอย่างเปรียบเทียบ ฟิล์มดำ กับ ฟิล์มเซรามิค
จะเลือกฟิล์มเงามาก หรือเงาน้อยล้วนแต่เป็นเรื่องของรสนิยมครับ ถ้าได้คำตอบในใจว่า ชอบความเงาวาว (แบบฝั่งซ้าย) อันนี้ต้องไปทางฟิล์มปรอท (หรือฟิล์มโลหะ) เพราะว่าโลหะที่ผนึกบนแผ่นฟิล์มมีความเงาสะท้อนแสงนั่นเอง เมื่อนำมาเคลือบที่แผ่นฟิล์มจึงทำให้เนื้อฟิล์มมีคุณสมบัตินี้ไปด้วย
แต่ถ้าคำตอบของคุณ คือชอบฟิล์มติดรถยนต์แบบเงาน้อย แบบเงาน้อย สะท้อนแสงต่ำ (แบบฝั่งขวา) ก็ต้องไปทางฟิล์มเซรามิคหรือฟิล์มชาโคลครับ เพราะไม่ว่าจะเป็นเซรามิคหรือชาโคล (ถ่าน) ต่างก็เป็นอโลหะซึ่งไม่มีคุณสมบัติเงาวาวนั่นเอง
ข้อมูลเพิ่มเติม สำหรับฟิล์มที่มีค่าสะท้อนแสงตั้งแต่ VLT > 30% ขึ้นไป จะมีข้อจำกัดที่ควรคำนึง นั่นคือ เวลาขับกลางคืนจะสะท้อนแสงไฟค่อนข้างชัดเจน ทำให้อาจเห็นริ้วแสงไฟส่องเข้าตาค่อนข้างเยอะ หรือสะท้อนคอนโซลจนเหมือนติดกระจกเงาภายในรถ ซึ่งอาจรบกวนทัศนวิสัยในการขับขี่ ฉะนั้นหากใจเลือกฟิล์มเงาจริง ๆ อย่างน้อยก็เหลือกระจกบานหน้าสัก 1 บาน ที่มีค่าสะท้อนแสงไม่เกิน 20% (VLT) เพื่อทัศนวิสัยการขับขี่ที่ดีของท่านเองครับ
3. ชอบสีแบบไหน
ฟิล์มรถยนต์ในปัจจุบัน มีหลากหลายเฉดสีครับ ทั้งฟิล์มรถยนต์สีเขียว ฟิล์มรถยนต์สีฟ้า ฟิล์มรถยนต์สีชา ฟิล์มรถยนต์สีเทา และฟิล์มรถยนต์สีดำ
อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณเป็นคนที่เนี้ยบเรื่องสีฟิล์มจริง ๆ (โดยเฉพาะเจ้าของรถแต่งซิ่ง ที่ชอบโทนสีกระจกเฉพาะเจาะจง) อย่าลืมนำตัวอย่างสีฟิล์มลองไปทาบกับเนื้อกระจกให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นนะครับ เนื่องจากกระจกที่ติดมากับรถแต่ละรุ่นเองนั้นก็มีสีเดิมอยู่แล้ว ฉะนั้นเมื่อติดฟิล์มทับเข้าไปจึงอาจได้เฉดสีที่ต่างไปจากเดิมเล็กน้อยได้ครับ
| รู้หรือไม่!
ที่โรงงาน Eastman Performance Films โรงงานผลิตฟิล์มอันดับ 1 ของโลกจากสหรัฐอเมริกา (แหล่งที่มาของ Lamina Films ของเรา) ในขั้นตอนการผสมสีที่ฝ่าย Dye House (แผนกย้อมสี) จะเป็นการนำแม่สีหลักทั้ง 3 สี ไม่ว่าจะเป็น สีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน มาผสมผสานในอัตราส่วนแตกต่างกันในห้องสุญญากาศ จนเกิดเป็นเฉดสีที่ต่างกันได้มากถึง 4,000 กว่าสีเลยทีเดียว!
ถ้าอยากเห็นภาพจริงของฟิล์มรถยนต์สีแบบต่าง ๆ ว่าจะมีสีอะไรบ้าง? เฉดไหนบ้าง? เรารวบรวมมาให้แล้วครับ! กดที่ภาพ เพื่อตามไปดูกันต่อได้เลยครับ
|
4. ชอบความเข้มระดับไหน
หลายท่านที่กำลังอ่านประโยคนี้อยู่ น่าจะเคยได้ยินผ่านหูกับคำว่า “ฟิล์ม 40 / ฟิล์ม 60 / ฟิล์ม 80” กันมาบ้างแน่เลยครับ ตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวเลขที่คนไทยคุ้นชินว่าเป็นค่าแสดง “ความเข้มของฟิล์ม” ถ้าฟิล์มรถยนต์ 80 ก็คือมีความเข้มสูงมาก (ในทางตรงกันข้าม ฟิล์มรถยนต์ 40 ก็คือ ความเข้ม/ความทึบน้อย ฟิล์มค่อนข้างใสและสว่าง)
แต่ความจริงแล้ว ในการที่เราจะเลือกซื้อฟิล์ม สเปกที่บ่งบอกถึงความเข้มฟิล์มได้จริงและชัดเจน ก็คือค่า VLT นะครับ (ที่อเมริกาไม่มีค่า ฟิล์ม 40 / 60 / 80 นะคร้าบบบ) โดยที่ยิ่ง %VLT ยิ่งน้อย หมายถึงแสงส่องเข้ามาได้น้อย ความเข้มก็จะยิ่งมากนั่นเอง
ภาพเปรียบเทียบสเปกความเข้ม
ระหว่างระบบ 40 / 60 / 80 แบบไทย กับค่า %VLT
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ความเข้มฟิล์มรถยนต์ อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ “ติดฟิล์มรถยนต์ 40 / 60 / 80” ได้เลย เจาะลึกทุกรายละเอียดแบบฉบับที่มีเฉพาะช่างติดฟิล์มเท่านั้นที่รู้ แต่เรานำมาเขียนเรียบเรียงให้เข้าใจง่าย ๆ ไว้แล้วที่นี่
|
5. แบรนด์และแหล่งผู้ผลิต มีความน่าเชื่อถือหรือไม่?
เราจะซื้อฟิล์มกรองแสงรถยนต์ที่อยู่กับเราไปอย่างยาวนานทั้งที ควรเลือกฟิล์มกรองแสงที่มาจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ (ฟิล์มลามิน่าทุกรุ่นได้รับมาตรฐานสากลจากโรงงานอันดับ 1 จากสหรัฐอเมริกา มาตรฐาน ISO9001 สามารถตรวจสอบได้ครับ)
รวมทั้งหากเป็นแบรนด์ที่อยู่ในตลาดฟิล์มกรองแสงมาอย่างยาวนาน ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจทั้งในด้านของคุณภาพฟิล์มกรองแสงที่มีมาตรฐานเดียวกันในทุกม้วนฟิล์ม พร้อมบริการหลังการขายที่ดูแลคุณได้จริงตลอดอายุการใช้งานของฟิล์มครับ อย่างน้อยเราขอฝากเคสตัวอย่างจริงให้ลองเปรียบเทียบกันดูแบบนี้ครับ
| Case 1 |
Case 2 |
ฟิล์มแบรนด์ A การันตีคุณภาพฟิล์ม 18 ปี
แต่เพิ่งเปิดบริษัทมาได้ไม่ถึง 5 ปี |
ฟิล์มลามิน่ารับประกัน 7 ปี
แต่อยู่ดูแลผู้ใช้รถคนไทยมานานเกือบ 3 ทศวรรษ |
การรับประกันฟิล์มแบบไหน…อุ่นใจกว่า
เห็นแบบนี้แล้ว มีความเห็นว่าอย่างไรบ้างเอ่ย ?
6. ราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพของฟิล์ม
ราคาของฟิล์มกรองแสงค่อนข้างมีความหลากหลายเลยทีเดียวครับ โดยจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ประเภทของฟิล์ม เทคโนโลยีการผลิตที่ใช้ ตำแหน่งและจำนวนกระจกที่ติดตั้ง (ตามไปอ่านข้อมูลฉบับเต็มได้ที่บทความนี้เลยครับ กับเรื่องของ “
ติดฟิล์มรถยนต์ ราคา?”)
ดังนั้น ถ้าท่านผู้อ่านกำลังเปรียบเทียบฟิล์มรถยนต์ว่าจะเลือกติดฟิล์มรถยนต์แบบไหนดี? ลองดูที่งบประมาณในใจของท่านก่อนได้ครับ เพราะฟิล์มที่ราคาย่อมเยาว์ แถมคุณภาพดีก็มีไม่น้อยเลยนะครับ ยกตัวอย่างเช่น Lamina Films ซีรีส์ POP, Genius และ Executive ที่เป็นฟิล์มยอดนิยมได้รับการยอมรับจากโชว์รูมรถยนต์ชั้นนำทั่วประเทศ กันความร้อนได้อย่างดี
แต่ถ้าหากท่านมีงบไม่จำกัด ก็จัดเต็มกับรุ่นที่พรีเมียมได้เลยครับ! ที่ตอนนี้ Lamina Films เอง ก็มีฟิล์มรถยนต์ออกใหม่มาตอบโจทย์วิถีชีวิตยุค 5G อย่างเช่น Lamina Cerematrix Boost ดำนอก สว่างใน ผ่านทุกสัญญาณดิจิทัล ตอบโจทย์คนรักฟิล์มเซรามิคแท้ 100% อย่างแน่นอน หรือ Lamina CM One / CM Icon ก็เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงมาก
Lamina Digital EV Boost ได้รับรางวัล Product of the Year 2022
จาก นิตยสาร Business+ ร่วมกับ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล
รวมถึงรุ่นล่าสุด Lamina Digital EV Boost ฟิล์มดิจิทัลเอไอเซรามิค ฟิล์มเซรามิคเกรดซุปเปอร์พรีเมียม กันร้อนสูง ที่สามารถคว้า รางวัลสุดยอดฟิล์มกรองแสงแห่งปี The Best Innovation & Product of the Year 2021-2022 เพื่อรถยนต์ไฟฟ้า ไฮบริด และสมาร์ตคาร์ยุคใหม่ ช่วยบูสต์ประสิทธิภาพระบบดิจิทัลภายในรถ อาทิ ADAS / Infotainment / Autoupdate software & firmware on the air ทั้ง 5G และ WIFI ในรถคุณให้เร็ว แรง ลื่น เสถียร เต็ม 100
อย่างไรก็ตาม คุณผู้อ่านลองพิจารณาอีกทีก็ได้ครับ ว่าตัวเรามีไลฟ์สไตล์แบบไหน รุ่นรถ-สีรถของท่านเหมาะกับฟิล์มรูปแบบใด ซึ่งไม่ว่าจะเป็นฟิล์มรถยนต์แบบไหน ที่ Lamina Films เรามีให้คุณครบทุกความต้องการ ตามงบประมาณที่เหมาะสมของคุณครับ : )
ระวัง! ฟิล์มเซรามิคย้อมแมว
สำหรับคำถามที่ว่า “ติดฟิล์มรถยนต์แบบไหนดี?” หากอ่านมาถึงจุดนี้แล้วคำตอบเป็น ฟิล์มเซรามิค ล่ะก็ ก่อนเลือกซื้อต้องดูให้ดีนะครับว่าเป็นของแท้หรือของเทียม เพราะปัจจุบันฟิล์มเซรามิคในท้องตลาดมีคุณภาพหลายเกรดหลายราคามาก ๆ ถ้าให้สรุปสั้น ๆ ก็คงหนีไม่พ้นคำพูดที่ว่า “ของถูกไม่มีดี ของดีไม่มีถูก” นั่นเอง รายละเอียดจะเป็นยังไงอ่านบทความนี้ ฟิล์มเซรามิคแท้ดูยังไง
|
7. เลือกร้านติดฟิล์มรถยนต์ที่มีความน่าเชื่อถือ
อาจเริ่มจากการดูสถานที่ติดตั้งฟิล์ม ควรทำใช้สถานที่ที่เหมาะสม มีการออกแบบมาเพื่อการติดฟิล์มโดยเฉพาะ นั่นคือ สามารถควบคุมและป้องกันฝุ่นละออง ควบคุมความชื้น ควบคุมแสงสว่างได้ จะได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ทีมช่าง และช่วยลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ฝุ่นจะเข้าไปแทรกอยู่ระหว่างเนื้อฟิล์มและกระจกในระหว่างที่ติดตั้ง ฟิล์มไม่พอดีขอบ คราบความชื้น ฯลฯ
นอกจากนี้ ประสบการณ์ของทีมช่างก็เป็นสิ่งสำคัญ ความชำนาญของช่างจะช่วยให้งานติดตั้งฟิล์มกรองแสงรถยนต์ออกมาเนี้ยบ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ถ้ายังไม่มั่นใจ อาจลองหาดูตัวอย่างงานจากทางร้านว่ามีคนพูดถึงอย่างไร มีผลงานการติดตั้งมากน้อยแค่ไหน ก็ได้ครับ
| ช่างหลุยส์ฝากกระซิบมา…
จากประสบการณ์ในการติดตั้งฟิล์มรถยนต์มาหลากหลายคัน … รถยุโรปจะมีการติดตั้งที่ยากกว่ารถญี่ปุ่น เนื่องจากลักษณะความหนา และความโค้งของกระจกรถ รวมทั้งระบบภายในรถที่ต้องมีความระวังเป็นพิเศษกว่า อย่างเช่น เส้นไล่ฝ้าที่กระจกบานหลัง จะมีความเสี่ยงในการลอก (เส้นไล่ฝ้าขาด) ได้ง่ายกว่ารถญี่ปุ่น ดังนั้น ควรติดตั้งฟิล์มโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ จะได้ปลอดภัยและมั่นใจกว่าครับ
|
สรุป
จากวิธีที่ได้กล่าวไปทั้งหมด ขอสรุปแบบสั้น ๆ กันอีกสักครั้งนะครับ
- ดูค่า TSER เพื่อดูเปอร์เซ็นต์ในการกันความร้อนจากแสงแดดจริง
- ดูค่า VLR เพื่อดูความเงาของฟิล์มว่าเราชอบแบบไหน
- ดูสีของฟิล์ม
- ดูค่า VLT เพื่อดูความเข้มของฟิล์ม
- ดูความน่าเชื่อถือของแบรนด์และแหล่งผลิตฟิล์ม
- ดูราคาเหมาะสมกับคุณภาพของฟิล์มหรือไม่
- ดูร้านติดฟิล์มรถยนต์ที่มีความชำนาญและน่าเชื่อถือไหม
หลังจากที่เราได้รู้กันแล้วว่าฟิล์มรถยนต์มีกี่แบบ และถ้าได้ตรวจสอบตามทั้ง 7 ข้อนี้แล้ว รับรองว่าเป็นอีกตัวช่วยที่ทำให้คุณผู้อ่านสามารถตอบคำถามในใจที่ว่า “ติดฟิล์มรถยนต์แบบไหนดี” ได้ง่ายขึ้นแน่นอนครับผม